UX/UI Articles

Design Thinking คืออะไร? 5 ขั้นตอน พร้อมตัวอย่าง UX/UI

Design Thinking คือวิธีคิดที่เริ่มจากการเข้าใจผู้ใช้จริง ๆ ก่อนเสมอ แล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาและทดสอบไอเดีย ในบทความนี้เราจะสรุป Design Thinking 5 ขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างในงาน UX/UI และดูว่า Design Thinking กับ UXUI เกี่ยวข้องและต่างกันอย่างไร

สรุปใน 1 นาที

Design Thinking คืออะไร?

Design Thinking คือกระบวนการแก้ปัญหาที่เริ่มจากผู้ใช้ ไม่ใช่จากไอเดียหรือเทคโนโลยี โดยมี 5 ขั้นตอน คือ Empathize (เข้าใจผู้ใช้) Define (ระบุปัญหา) Ideate (สร้างไอเดีย) Prototype (ทำต้นแบบ) และ Test (ทดสอบ)

ส่วน Design Thinking กับ UXUI นั้นเกี่ยวข้องกัน เพราะ Design Thinking มักเป็นกรอบคิดตอนเริ่มโปรเจกต์เพื่อหาปัญหาและทิศทาง ส่วน UXUI Design เป็นการออกแบบหน้าจอและ Flow ที่ละเอียดต่อจากนั้น

Admin 9 min read อัปเดตล่าสุด 2026

Design Thinking คืออะไร?

Design Thinking คือวิธีคิดและกระบวนการแก้ปัญหาที่เริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใช้จริง ไม่ใช่จากไอเดียหรือเทคโนโลยีที่เราอยากทำ โดยเน้นการเข้าใจ การระดมไอเดีย การทำต้นแบบ และการทดสอบกับผู้ใช้จริงก่อนลงมือพัฒนา

คำว่า Design Thinking มีหลายคนให้คำนิยาม แต่ที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือแนวทางของ Stanford d.school ที่แบ่งเป็น 5 ขั้นตอน คือ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test

Key Idea: Design Thinking ไม่ใช่กระบวนการเฉพาะ Designer แต่เป็นวิธีคิดที่ทุกคนในทีมใช้ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนและไม่ชัดเจน

ทำไม Design Thinking ถึงสำคัญ

หลายโปรเจกต์ล้มเหลวเพราะทำสิ่งที่ทีมคิดว่าดี แต่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง Design Thinking ช่วยลดความเสี่ยงนี้ด้วยเหตุผล 4 ข้อ:

  • เริ่มจากผู้ใช้จริง — ลดความเสี่ยงที่จะทำสิ่งที่ไม่มีใครอยากใช้ เพราะเริ่มจากการเข้าใจปัญหาของผู้ใช้ก่อน
  • ลองผิดลองถูกเร็วและถูก — การทำ Prototype และทดสอบตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้เห็นจุดผิดก่อนเสียเวลาและงบไปกับการพัฒนา
  • ทีมเข้าใจตรงกัน — มีกรอบและเครื่องมือร่วมกัน ทำให้ Product Manager, Designer และ Developer คุยภาษาเดียวกัน
  • หาทางแก้ที่สร้างสรรค์ — ขั้น Ideate ช่วยให้ทีมไม่ติดอยู่กับคำตอบแรกที่นึกได้ แต่ได้ลองหลายทางก่อนเลือก

5 ขั้นตอนของ Design Thinking

มาดูทีละขั้นตอนพร้อมตัวอย่างในงาน UX/UI ขั้นตอนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรง สามารถวนกลับไปทำขั้นต้นซ้ำได้เมื่อได้ข้อมูลใหม่

ขั้นที่ 01

Empathize — เข้าใจผู้ใช้

เริ่มจากการทำความเข้าใจผู้ใช้จริง ๆ ว่าคิด รู้สึก และทำอะไร โดยไม่ตัดสินล่วงหน้า

ทำอะไร
  • สัมภาษณ์ผู้ใช้จริง
  • สังเกตการใช้งาน
  • ทำ Empathy Map
  • จดบันทึกสิ่งที่เจอ
ตัวอย่าง UX/UI

สัมภาษณ์ผู้ใช้ที่เคยสั่งอาหารผ่านแอปแล้วยกเลิก พบว่าไม่ใช่แอปช้า แต่เพราะดูราคาไม่ชัดก่อนกดสั่ง

เครื่องมือ: สัมภาษณ์, Empathy Map, FigJam
ขั้นที่ 02

Define — ระบุปัญหาให้ชัด

นำข้อมูลที่ได้มาสรุปเป็นปัญหาที่ชัดเจน เจาะจง และอิงผู้ใช้ ไม่ใช่คำสั่งทำงานทั่วไป

ทำอะไร
  • รวบรวม insight
  • สร้าง Persona
  • เขียน Problem Statement
  • แมป User Journey
ตัวอย่าง UX/UI

จาก insight ข้างต้น สรุปปัญหาได้ว่า 'ผู้ใช้กลัวกดสั่งผิดเพราะไม่เห็นราคารวมก่อนยืนยัน'

เครื่องมือ: Persona, Problem Statement, User Journey Map
ขั้นที่ 03

Ideate — สร้างไอเดีย

ระดมสมองหาทางแก้ปัญหาให้มากที่สุดก่อน ยิ่งกว้างยิ่งดี ค่อยคัดกรองทีหลัง

ทำอะไร
  • ระดมสมองแบบกลุ่ม
  • Crazy 8s
  • How Might We
  • คัดเลือกไอเดียที่เป็นไปได้
ตัวอย่าง UX/UI

ไอเดียที่ได้ เช่น แสดงราคารวมลอยบนสุด, มีหน้าตรวจสอบก่อนยืนยัน, หรือแสดงค่าจัดส่งทันทีที่เลือกที่อยู่

เครื่องมือ: Brainstorm, Crazy 8s, How Might We, FigJam
ขั้นที่ 04

Prototype — ทำต้นแบบ

เปลี่ยนไอเดียที่คัดเลือกมาทำเป็นต้นแบบที่จับต้องได้ ไม่ต้องสวย ขอให้ทดสอบการใช้งานได้

ทำอะไร
  • วาด Wireframe
  • สร้าง Prototype บน Figma
  • ทำ Flow ทดสอบ
  • เตรียมสถานการณ์ทดสอบ
ตัวอย่าง UX/UI

ทำ Prototype หน้าตะกร้าที่แสดงราคารวมและค่าจัดส่งชัดเจน พร้อมปุ่มยืนยันคำสั่งซื้อ

เครื่องมือ: Figma, Wireframe, Interactive Prototype
ขั้นที่ 05

Test — ทดสอบกับผู้ใช้

ให้ผู้ใช้จริงลองใช้ต้นแบบ สังเกตและฟังความเห็น แล้วนำกลับมาปรับปรุงก่อนพัฒนาจริง

ทำอะไร
  • ให้ผู้ใช้ทดสอบงาน
  • สังเกตจุดที่สะดุด
  • สัมภาษณ์หลังใช้งาน
  • ปรับและวนซ้ำ
ตัวอย่าง UX/UI

ผู้ใช้ทดลองสั่งอาหารและบอกว่าเห็นราคาชัดขึ้น กดสั่งได้มั่นใจ แต่อยากให้แสดงเวลาถึงเร็วกว่านี้

เครื่องมือ: Usability Testing, Feedback Form, Prototype
Tip: ไม่ต้องทำทุกขั้นตอนให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่ครั้งแรก ในโปรเจกต์จริงมักวนซ้ำ (iterate) หลายรอบจนกว่าจะได้ทางแก้ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริง

Design Thinking กับ UXUI ต่างกันอย่างไร

คำถามที่พบบ่อยคือ Design Thinking กับ UXUI ต่างกันอย่างไร สรุปสั้น ๆ คือ Design Thinking เป็นกรอบคิดที่กว้างกว่า ใช้หาปัญหาและทิศทางแก้ไข ส่วน UXUI เป็นการออกแบบเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ดิจิทัลที่ละเอียดกว่า ดูตารางเปรียบเทียบด้านล่าง

ความหมาย
Design Thinking
กระบวนการคิดและวิธีแก้ปัญหา
UXUI Design
การออกแบบประสบการณ์และหน้าตาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล
ขอบเขต
Design Thinking
กว้าง ใช้กับงานหลายประเภท
UXUI Design
เฉพาะด้านดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ แอป
เน้นที่
Design Thinking
การหาปัญหาและไอเดีย
UXUI Design
การออกแบบหน้าจอและ Flow ที่ละเอียด
ขั้นตอนหลัก
Design Thinking
Empathize, Define, Ideate, Prototype, Test
UXUI Design
Research, Wireframe, UI Design, Prototype, Test
ผลลัพธ์
Design Thinking
ปัญหาที่ชัด + ทิศทางแก้ไข
UXUI Design
หน้าจอและ Flow ที่ใช้งานได้จริง

สรุปคือ Design Thinking กับ UXUI ไม่ใช่สิ่งตรงข้าม แต่เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องกัน Design Thinking ช่วยหาปัญหาและทิศทาง จากนั้น UXUI Design จะออกแบบหน้าจอและ Flow ที่ละเอียดให้ใช้งานได้จริง

ตัวอย่าง Design Thinking ในงาน UX/UI

แอปสั่งอาหาร

Empathize พบว่าผู้ใช้ไม่มั่นใจเรื่องราคา → Define ว่าปัญหาคือราคารวมไม่ชัด → Ideate หลายไอเดีย → Prototype หน้าตะกร้าใหม่ → Test กับผู้ใช้จริง

แอปธนาคาร

Empathize พบว่าผู้ใช้กลัวโอนผิด → Define เรื่องขั้นตอนยืนยันไม่พอ → Ideate เพิ่มขั้นตอนยืนยันผู้รับ → Prototype หน้าโอนใหม่ → Test ความมั่นใจของผู้ใช้

เว็บไซต์สมัครคอร์สเรียน

Empathize พบว่าผู้ใช้ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร → Define ปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย → Ideate จัดหน้าให้ชัด → Prototype หน้ารายละเอียดคอร์ส → Test ความเข้าใจ

Design Thinking เหมาะกับใคร

UX/UI Designer
Product Manager
Developer
เจ้าของธุรกิจ
นักศึกษา
คนที่ทำโปรเจกต์ใหม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Design Thinking

Design Thinking คืออะไร?

Design Thinking คือวิธีคิดและกระบวนการแก้ปัญหาที่เริ่มจากการเข้าใจผู้ใช้จริง ๆ ก่อน แล้วค่อยหาทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และทดสอบไอเดียกับผู้ใช้จริง โดยมี 5 ขั้นตอนหลักคือ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test

Design Thinking มีกี่ขั้นตอน?

Design Thinking มี 5 ขั้นตอนตามแนวทางของ Stanford d.school ได้แก่ 1) Empathize เข้าใจผู้ใช้ 2) Define ระบุปัญหาให้ชัด 3) Ideate สร้างไอเดีย 4) Prototype ทำต้นแบบ และ 5) Test ทดสอบกับผู้ใช้ ขั้นตอนไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นตรง สามารถวนกลับไปทำขั้นต้นซ้ำได้

Design Thinking กับ UXUI ต่างกันอย่างไร?

Design Thinking เป็นกระบวนการคิดและวิธีแก้ปัญหาที่ใช้ได้กับงานหลายประเภท ส่วน UXUI เป็นการออกแบบเฉพาะด้านประสบการณ์และหน้าตาของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล Design Thinking มักใช้เป็นกรอบคิดตอนเริ่มโปรเจกต์เพื่อหาปัญหาและไอเดีย จากนั้น UXUI Design จะเป็นขั้นตอนออกแบบหน้าจอและ Flow ที่ละเอียดขึ้น

Design Thinking ใช้กับงานอะไรได้บ้าง?

Design Thinking ใช้ได้กับงานหลากหลาย ทั้งการออกแบบแอปพลิเคชัน เว็บไซต์ บริการใหม่ การปรับปรุงบริการที่มีอยู่ การออกแบบกระบวนการทำงาน หรือแม้แต่การวางกลยุทธ์ธุรกิจ หลักการสำคัญคือเริ่มจากความต้องการของผู้ใช้จริง

ต้องเป็น Designer ถึงจะใช้ Design Thinking ได้ไหม?

ไม่จำเป็น Design Thinking เป็นวิธีคิดที่ทุกคนในทีมใช้ได้ Product Manager, Developer, Marketer, เจ้าของธุรกิจ หรือนักศึกษาสามารถนำไปใช้เพื่อทำความเข้าใจปัญหาและหาทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงได้

Design Thinking กับ Design Sprint ต่างกันอย่างไร?

Design Thinking เป็นกรอบคิดและกระบวนการกว้าง ๆ ที่ใช้ได้ตลอดโปรเจกต์ ส่วน Design Sprint เป็นเวิร์กชอปที่จำกัดเวลา มักใช้เวลา 4–5 วัน เพื่อสร้างต้นแบบและทดสอบไอเดียอย่างรวดเร็ว โดยนำหลักการของ Design Thinking มาบีบให้เสร็จภายในระยะเวลาสั้น

เครื่องมือที่ใช้ใน Design Thinking มีอะไรบ้าง?

เครื่องมือที่นิยม เช่น Empathy Map, User Journey Map, Persona, How Might We, Crazy 8s, Storyboard, Wireframe และ Prototype ในส่วนของซอฟต์แวร์มักใช้ Figma และ FigJam สำหรับการทำงานร่วมกัน รวมถึงเครื่องมือสัมภาษณ์และทดสอบผู้ใช้

มือใหม่เริ่มต้น Design Thinking อย่างไร?

เริ่มจากลองใช้ 5 ขั้นตอนกับปัญหาใกล้ตัว พยายามสัมภาษณ์หรือสังเกตผู้ใช้จริง จดบันทึกสิ่งที่เจอ สรุปปัญหาให้ชัด ระดมไอเดียโดยไม่ตัดสิน ทำต้นแบบง่าย ๆ แล้วทดสอบกับผู้ใช้ การฝึกซ้ำ ๆ จะช่วยให้คุ้นเคยกับวิธีคิดนี้

สรุป Design Thinking คืออะไร

Design Thinking คือวิธีคิดที่เริ่มจากผู้ใช้จริง ผ่าน 5 ขั้นตอนคือ Empathize, Define, Ideate, Prototype และ Test ส่วน Design Thinking กับ UXUI นั้นเกี่ยวข้องและต่อเนื่องกัน Design Thinking ช่วยหาปัญหาและทิศทาง ส่วน UXUI Design ออกแบบหน้าจอและ Flow ที่ละเอียดให้ใช้งานได้จริง หากอยากเริ่มต้น ลองเอา 5 ขั้นตอนนี้ไปใช้กับปัญหาใกล้ตัวดู

Summary
  • Design Thinking = กระบวนการแก้ปัญหาที่เริ่มจากผู้ใช้
  • 5 ขั้นตอน = Empathize, Define, Ideate, Prototype, Test
  • กับ UXUI = Design Thinking เป็นกรอบคิดตอนเริ่มโปรเจกต์, UXUI เป็นการออกแบบหน้าจอที่ละเอียดต่อ
  • เครื่องมือ = Empathy Map, User Journey, Persona, Figma, FigJam
  • ใช้ได้ทุกคน = ไม่จำกัดเฉพาะ Designer

บทความที่เกี่ยวข้อง

อยากเรียน UX/UI Design แบบเป็นระบบ?

เรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน UX Research, Design Thinking, User Flow, Wireframe, UI Design, Figma ไปจนถึงการทำ Portfolio กับ UXUI STUDIO